ภัยสุขภาพจากน้ำท่วม รู้จักป้องกันและรักษาโรคที่มากับน้ำ

ในช่วงหน้าฝน หรือเวลาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ น้ำท่วม คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักมองข้ามไม่ได้เลยก็คือ ภัยสุขภาพที่มาพร้อมกับน้ำท่วมเนี่ยแหละครับ น้ำท่วมไม่ได้พัดพาแค่สิ่งของมาเท่านั้น แต่ยังพาเชื้อโรค สารปนเปื้อน และสิ่งสกปรกต่างๆมาด้วย ทำให้เราและคนที่เรารักเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายๆ วันนี้ผมขออาสาพามาทำความรู้จักกับโรคภัยไข้เจ็บที่มากับน้ำท่วม รวมถึงวิธีป้องกันและดูแลรักษาตัวเองง่ายๆ ให้ปลอดภัยกันครับ

น้ำท่วม แหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดี

ลองนึกภาพน้ำที่ท่วมขังดูสิครับ มันคือการรวมตัวของน้ำฝน น้ำทิ้งจากบ้านเรือน ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลจากสัตว์ และสารเคมีต่างๆ ที่ปะปนกันอยู่ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือแม้แต่ปรสิต พอเราต้องสัมผัสกับน้ำพวกนี้ ไม่ว่าจะด้วยการเดินลุยน้ำ การกินอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือแม้แต่การที่ยุงลายมีแหล่งเพาะพันธุ์เพิ่มขึ้น โอกาสเจ็บป่วยก็สูงขึ้นเป็นทวีคูณเลยล่ะครับ

โรคยอดฮิตที่มากับน้ำท่วม

มาดูกันดีกว่าว่าโรคอะไรบ้างที่เราต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงน้ำท่วม

 

โรคระบบทางเดินอาหาร

กลุ่มโรคนี้มาเป็นอันดับหนึ่งเลยครับ เพราะน้ำท่วมทำให้แหล่งน้ำสะอาดปนเปื้อน และการรักษาสุขอนามัยในการเตรียมอาหารก็ทำได้ยากขึ้น

 

  • โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และอาหารเป็นพิษ เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการกินน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มีอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน

วิธีป้องกัน – ดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐานเท่านั้น กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

 

  • อหิวาตกโรค อันตรายกว่าอุจจาระร่วงทั่วไปมากครับ เพราะทำให้ถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากจนร่างกายขาดน้ำรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้

วิธีป้องกัน – เหมือนกับการป้องกันอุจจาระร่วงครับ เน้นความสะอาดเป็นพิเศษ

 

  • โรคบิด ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด ปวดเบ่งที่ทวารหนัก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรืออะมีบาที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำ

วิธีป้องกัน – รักษาสุขอนามัยในการกินดื่มอย่างเคร่งครัด

 

  • ไข้ไทฟอยด์ (ไข้รากสาดน้อย) มีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ท้องผูก หรือท้องเสีย เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำและอาหาร

วิธีป้องกัน – เน้นเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำเป็นหลัก



โรคที่มียุงเป็นพาหะ

น้ำท่วมขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุงลาย ทำให้เสี่ยงต่อโรคที่มียุงเป็นพาหะมากขึ้น

  • ไข้เลือดออก เป็นโรคที่น่ากลัว มียุงลายเป็นพาหะ มีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตัว มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง

วิธีป้องกัน – กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้สนิท ทายากันยุง และนอนกางมุ้ง

โรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน

  • โรคฉี่หนู (Leptospirosis) โรคนี้อันตรายมากครับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์พาหะ เช่น หนู สุนัข หรือวัว ควาย แล้วปนเปื้อนมากับ น้ำท่วม เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายเราทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานๆ หรือแม้แต่เยื่อบุตา จมูก ปาก ก็เป็นทางเข้าได้ครับ

 

อาการ – มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะน่องและโคนขา ตาแดง บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ไตและตับ

 

วิธีป้องกัน – หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำสกปรกโดยไม่ใส่รองเท้าบู๊ท หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้ใส่รองเท้าบู๊ทที่กันน้ำได้ดี และรีบอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังกลับจากลุยน้ำ หากมีบาดแผล ให้รีบทำความสะอาดและปิดแผลให้มิดชิด อย่าปล่อยให้แผลสัมผัสกับน้ำสกปรก


การรักษา – หากมีอาการสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะให้ทันท่วงที เพราะถ้าปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ

โรคผิวหนัง

การแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย

 

  • โรคน้ำกัดเท้า ผิวหนังบริเวณซอกนิ้วเท้าเปื่อย ยุ่ย คัน มีกลิ่นเหม็น เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย

วิธีป้องกัน – หลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานๆ ถ้าต้องลุยน้ำให้ใส่รองเท้าบู๊ท และล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้าทันทีที่ทำได้

 

  • โรคผิวหนังอักเสบ/ผื่นคัน เกิดจากการแพ้สารเคมี สิ่งสกปรกในน้ำท่วม หรือการระคายเคือง

วิธีป้องกัน – รักษาความสะอาดผิวหนัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำสกปรกโดยตรง หากเกิดผื่นคัน สามารถใช้ยาทาแก้คันได้ หากไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

 

  • โรคตาแดง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำสกปรกเข้าตา มีอาการตาแดง ระคายเคืองตา ปวดตา น้ำตาไหล มีขี้ตา

วิธีป้องกัน – ไม่ขยี้ตา ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู

ภัยสุขภาพจากน้ำท่วม

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยช่วงน้ำท่วม

ดื่มน้ำสะอาด กินอาหารปรุงสุก

ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ ย้ำอีกครั้งว่าต้องดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำดื่มบรรจุขวดเท่านั้น อาหารก็ต้องปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลางเสมอ

 

สุขอนามัยส่วนบุคคล

อาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีที่กลับจากการลุยน้ำ หรือสัมผัสสิ่งสกปรก เช็ดตัวให้แห้งสนิท

 

ใส่รองเท้าบู๊ทกันน้ำ

หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ เพื่อป้องกันผิวหนังสัมผัสกับน้ำสกปรกโดยตรง

 

ป้องกันยุง

จัดการแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและรอบบ้าน ทายากันยุง หรือนอนกางมุ้ง

 

ทำความสะอาดบาดแผล

หากมีบาดแผล ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ และปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หรือผ้าสะอาด

 

สังเกตอาการผิดปกติ

หากมีอาการไข้ ปวดท้อง ถ่ายเหลว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก หรือมีผื่นคันผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

อย่าลืมดูแลใจ

นอกจากร่างกายแล้ว สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กันครับ สถานการณ์น้ำท่วมสร้างความเครียด ความวิตกกังวล และความไม่แน่นอนให้กับผู้ประสบภัยได้มาก หากรู้สึกเครียด นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย หรือมีอาการซึมเศร้า อย่าเก็บไว้คนเดียว ลองพูดคุยกับคนในครอบครัว เพื่อน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้เลยนะครับ

การรับมือกับสถานการณ์ น้ำท่วม นั้นต้องอาศัยความร่วมมือและการเตรียมพร้อมจากทุกคน การดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยนะครับ

ที่สุดของความบันเทิง Global Lotto ไม่เคยหยุดพัฒนา
เราภูมิใจนำเสนอ
ไลฟ์สดหวยฮานอย ที่จะเปลี่ยนการรอคอยให้กลายเป็นการแสดงสดสุดเร้าใจ